วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ปกป้องผิวจากแสงแดด


แสงแดดศัตรูร้ายทำลายผิว
     ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ฤดู แสงแดดก็ยังเป็นตัวอันตราย อันดับหนึ่ง ที่ทำให้ผิดสวยๆของเรา เกิดปัญหา ได้สารพัดอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งเมืองไทยของเรา ตั้งอยู่ในเขตประเทศโซนร้อน แสงแดดจึงมาเยี่ยมเยือน ผิวเราอยู่เสมอจนหลายคนอาจลืมไปว่า แสงแดดสามารถทำอันตราย ให้กับผิวได้เช่นกันเพราะแสงแดดมีส่วนประกอบของแสงหลายชนิดที่มีคลื่นความยาว ต่างๆกัน เช่น
- แสงอินฟราเรด(
INFRARED) ตัวการที่ทำให้เรารู้สึกร้อน
- แสงที่มองเห็นเป็นสีรุ้งเวลาฝนตก(
VISIBLE LIGHT)
- แสงเหนือม่วง(
ULTRA VIOLET) หรือUV
ซึ่งเป็นตัวการทำร้ายผิวเช่น ถ้าโดนแดดนานๆก็จะเกิดการไหม้แดด ผิดคล้ำขึ้นเกิดฝ้า กระ ทำให้ผิวหน้าเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลง ในระดับโมเลกุลของ
DNA ในเซลล์ผิวอันเป็น บ่อเกิดของมะเร็งผิวหนังได้ในที่สุด


รังสียูวี(UV)ภัยร่ายใกล้ผิว

     รังสียูวีสามารถแบ่งได้เป็น3ชนิด ตามความยาวคลื่นได้แก่
- UVA ความยาวคลื่น320-400nm สามารถทะลุทะล่วงผ่าน เข้าชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ ก่อให้เกิดผิดคล้ำ ฝ้ากระ รวมถึงการทำลายโครงสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน ทำให้เกิดความ ความเหี่ยวย่น ไม่ยึดหยุ่น หรือเกิดความร่วงโรยของผิวนั่นเอง

- UVB ความยาวคลื่น290-320nm สามารถผ่านชั้นหนังกำพร้า และหนังแท้ ด้านบนรังสีUVBนี้เป็นสาเหตุของการเกิดผิวไหม้แดดสีผิวเข้มขึ้นระคายเคืองและอักเสบได้

- UVC ความยาวคลื่น200-290nm รังสีนี้จะถูกดูดซับโดย ชึ้นโอโซนในบรรยากาศ เหนือพื้นผิวโลกจึงลงมาไม่ถึงผิวของเรา ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีเพราะ UVCคือ ตัวการที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้มากที่สุด
     แต่ก็ใช่ว่าแสงแดด จะให้โทษแต่เพียงอย่างเดียว เพราะจริงๆแล้ว แสงแดด มีประโยชน์มากมาย มหาศาลเพราะแสงแดด ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ฆ่าเชื้อโรคแล้วยังช่วยให้ผิวหนัง สังเคราะห์วิตามินดี ที่จำเป็นมากๆในการดูดซึม แคลเซียมด้วย อย่างไรก็ตาม เราควรเลือกช่วงเวลา ที่จะโดนแดด นั่นก็คือในช่วงก่อน8โมงเช้า และช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดมากที่สุด ก็คือช่วง9โมงเช้าถึง4โมงเย็น

SPFและPAบนฉลากบอกอะไรเราบ้าง


     SPF และ PA เป็นค่ามาตรฐาน ที่ใช้ในการวัดประสิทธิภาพ ของสารกันแดดโดยSPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor เป็นค่าที่แสดงถึง ประสิทธิภาพในการป้องกัน รังสี UVB
เช่น SPF50 หมายถึง ปกติเมื่อยืนกลางแดดผิวจะเริ่มแดง เมื่อเวลาผ่านไป20นาที แต่เมื่อใช้ครีมกันแดด SPF50 นี้ ผิวจะเริ่มแดงเมื่อเวลาผ่านไป 20 x 50 =1,000 นาที

ส่วน PA ย่อมาจาก Protection grade of UV-A เป็นเกณฑ์ที่บอก ประสิทธิภาพในการป้องกัน UVAหรือป้องกันริ้วรอยนั่นเอง โดยแบ่งเป็น3ระดับคือ

PA+:มีประสิทธิภาพในการกันรังสียูวีเอ2เท่า

PA++:มีประสิทธิภาพในการกันรังสียูวีเอ2-4เท่า

PA+++:มีประสิทธิภาพในการกันรังสียูวีเอมากที่สุดคือ4-8เท่า



เลื่อกครีมกันแดดอย่างไรดี

หลักการง่ายๆในการเลือกครีมกันแดดคือ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่สามารถปกป้องผิวได้ทั้งจากรังสีUVA และUVB โดยเลือกให้เหมาะกับ สภาพผิว

สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้งหรือผิวธรรมดา ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นเนื้อครีม เช่นครีมกันแดดแบบSPF30

ส่วนผู้ที่มี ผิวหน้ามันหรือผิวผสม ควรใช้ผลิตภัณฑ์ ที่เป็นเนื้อโลชั่น เช่นโลชั่นกันแดด SPF30            

แต่ปัจจุบัน มีการพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์กันแดด ให้มีเนื้อครีมบางเบาขึ้นซึมซาบเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ จึงสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวอย่าง กลามอรัสบูเต้ ยูวีดีเฟนซ์ รีไวทาไลซิ่งครีม SPF50/PA+++ ซึ่งนอกจากจะปกป้องผิว จากแสงแดดแล้ว ยังมีส่วนผสมของ เรเดียนซ์ซีอาร์ ที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นด้วย และใหม่ล่าสุด กับโลชั่นกันแดด เนื้อบางเบาที่ปกป้องผิวด้วยSPF สูงถึง70

กลามอรัสบูเต้ อัลตร้ายูวีบล็อกSPF70/PA+++ ที่มาพร้อมคุณค่า การบำรุงด้วยสาร ต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง และเรเดียนซ์ซีอาร์ ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยได้

อย่าลืมปกป้องผิวส่วนอื่นด้วย
ปกป้องผิวหน้าได้เป็นอย่างดีแล้ว อย่าลืมปกป้องผิวส่วนอื่นด้วย โดยเฉพาะ ลำคอแขนมือและ ริมฝีปากโดยการทาผลิตภัณฑ์ กันแดดก่อนออกไปเผชิญ กับแสงแดดประมาณ20นาที เลือกใช้โลชั่น ป้องกันแดดSPF99 (สามารถทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย) หรือซันโลชั่นSPF20ที่มีคุณสมบัติกันน้ำกันเหงื่อ จึงช่วยปกป้องผิว ได้ตลอดวัน
                

ปลอบประโลมผิวหลังโดนแดดทำร้าย หลังจากเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน ผิวสวยๆของคุณอาจ เกิดอาการไหม้และระคายเคือง จนถึงมีอาการแสบแดง และหลุดลอกได้จึงควรปลอบประโลมผิว ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลด อาการระคายเคืองและฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลาย ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ชุด รีแพร์รี่ทรีทเมนต์ ที่มีทั้งสูตรสำหรับผิวหน้า และผิวกายผลิตภัณฑ์ทั้ง2ตัวนี้ จะทำให้ผิวของคุณซ่อมแซมตัวเอง และกลับมาเป็นปกติได้ ในเวลาอันรวดเร็ว    นอกจากนี้ยังมีสินค้าตัวอื่นๆ ให้เลือกใช้ อีกมากมายขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากนักธุรกิจกิฟฟารีนและศูนย์บริการทั่วประเทศ  หรือติดต่อได้ที่ www.Gifsociety.com   


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น